Nuntarat's profile(^o^)(^_^)(^,^) ChechyNu...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    January 08

    วัยทองรำลึก

    เพลง วัยทองรำลึก
    ว่าน ธนกฤต - Wan Soloist
    เนื้อร้อง-ทำนอง ธนกฤต พานิชวิทย์ / เรียบเรียง นราธิป กุลวิบูลย์อนันต์
    *********************************

    รักกันมาตั้งนาน อยู่อยู่เธอถามขึ้นมาทำไม ว่าฉันจะรักเธอจนเมื่อไหร่
    ฉันรักเธอคนเดียว เป็นอย่างนี้ไม่มีใครใคร มาทำให้ใจหวั่นไหว

    ถ้าเธออยากรู้ ว่ามันจะยาวนานเท่าไหร่ ถ้าเวลาผ่านไป ฉันจะเบื่อเธอไหม
    ที่อยากรู้ จะตอบให้เธอนั้นเข้าใจ ไม่มีวันเปลี่ยนไป ให้เธอจงฟัง

    * ถึงเธอจะแก่กว่านี้ จะเหี่ยวกว่านี้ จะง่อมกว่านี้ซักเท่าไหร่
    ผมเธอจะหงอก จะขาว เคี้ยวข้าวแทบไม่ไหว ยังไงก็รักเธอยายแก่

    ไม่ค่อยได้ยินอะไร ประสาทหูไม่ดีเท่าไหร่ ก็ยังบอกรักให้ฟังเหมือนเคย
    สายตาเป็นยังไง อาจจะเห็นแค่ที่ไกลไกล แต่ฉันยังอยู่ตรงนี้

    ที่เธออยากรู้ ว่ามันจะยาวนานเท่าไหร่ ถ้าเวลาผ่านไป ฉันจะเบื่อเธอไหม
    ที่อยากรู้ จะตอบให้เธอนั้นเข้าใจ ไม่มีวันเปลี่ยนไป ให้เธอจงฟัง

    (*)

    บอกเอาไว้ว่าไม่เคยเปลี่ยนไป
    แม้ว่าเธอจะแก่กว่านี้ จะเหี่ยวกว่านี้ จะง่อมกว่านี้สักเท่าไหร่
    ผมเธอจะหงอก จะขาว เคี้ยวข้าวแทบไม่ไหว ยังไงก็รักเธอยายแก่

    ผมของเธอจะหงอก จะขาว... ไม่เป็นไรก็รักเธอยายแก่
    บอกเอาไว้ วันนั้นฉันก็แก่... เฮ้อ!!

    เพลงนี้ตั้งใจมาก แต่งให้พ่อเอาไปร้องให้แม่ แต่งมาเสร็จสรรพ พ่อร้องเพลงไม่เป็น
    ร้องได้ยิ่งกว่าขับเสภา จบเลย ก็เลย โอ.เค. ร้องเองละกัน คือเป็น Love Song อีกนั่นแหละครับ
    วันนี้รักกัน อยู่ดีๆ ถามขึ้นมาว่า ต่อไปจะรักกันเหมือนเดิมมั๊ย? ถามทำไม..
    เพราะมันไม่มีทางเปลี่ยนไปไหนอยู่แล้ว เรื่องมันมีแค่นี้เอง จะมีคำว่า
    "ถึงเธอจะแก่กว่านี้ จะเหี่ยว จะหง่อม จะเคี้ยวข้าวไม่ไหว"
    มันเป็นเพลงรักที่เอาคำมาเล่น ซึ่งจริงๆ ใครก็ได้ร้องเพลงนี้ให้กับคู่ชีวิตตัวเองก็น่าจะเหมาะ

    December 24

    ถ้าดาวคือเธอ

    เพลง ถ้าดาวคือเธอ
    ว่าน ธนกฤต - Wan Soloist
    เนื้อร้อง ธนกฤต พานิชวิทย์ / ทำนอง-เรียบเรียง วรวิทย์ พิกุลทอง
    *********************************

    อยู่บนฟ้า ดาวที่แสนไกล ฉันไม่คิดจะไปเอื้อมมือคว้า
    อาจจะสวยแม้เห็นด้วยตาเปล่า ของไม่ธรรมดา..มืดมนจนปัญญาจะขึ้นไป
    แต่วันนี้ เพียงได้พบเธอ แค่เท่านี้ดวงดาวก็ดับไป ข้างบนฟ้าเห็นแสงขึ้นมาใหม่
    แม้เธอไกลแสนไกล ฉันจะไปดวงดาวซะที

    * เพราะบนนั้น ยังมีคนที่ตามหา และตรงนั้นมีเธออยู่ใช่ไหม
    ผ่านเวลาโลกมันก็ยังหมุนไป ต่อให้ไกลซักเท่าไร จะไปใกล้เธอ

    ** จากหนึ่งคนแสนไกล ที่มีแค่เพียงหัวใจ รู้เพียงอย่างเดียว
    ยากเย็นอย่างไร พร้อมให้เพียงเธอ อยู่ข้างบนนั้นก่อน
    ไม่ต้องลงไปหาใคร ฉันพร้อมที่จะไป ถ้าดาวบนฟ้าไกล...คือเธอ

    อยู่อย่างนั้น เธอที่แสนไกล เพราะว่าฉันกำลังขึ้นไปหา
    เธอจะพบรักแท้ที่ยิ่งใหญ่ ของคนธรรมดา..ขอเวลานำทางขึ้นไป
    (*,**) ..Solo.. (**,**)

    พี่บอย อินคา แต่งทำนองให้ ก็เป็นเพลงป๊อบแบบเพราะ จังหวะ medium
    ฟังสบายๆ เนื้อหาหลักของมันก็คือเป็นเพลงรักของคนขี้เกียจ
    คือเป็นคนที่ไม่เอาสักอย่าง รู้ว่าดาวที่อยู่บนฟ้า มันก็อยู่อย่างนั้นแหละ
    ไม่ทำอะไร อยู่อย่างนี้ก็สบายดี แต่พอวันนึงเราเจอเป้าหมาย
    ชอบคนนี้จังเลย ถึงคนนี้จะอยู่ตรงโน้น แต่ถ้าใช่ ก็จะไปหาเค้าให้ได้

    December 12

    Wan Soloist

    แถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มกันไปแล้ว เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม สำหรับอัลบั้ม Soloist ของหนุ่มว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์ หรือว่าน AF2 เปิดตัวอัลบั้มอย่างอบอุ่นเป็นกันเองที่ร้าน Number 9 ของพี่พาสนั่นเอง งานนี้เราก็แอบแว๊บจากที่ทำงานไปร่วมงานด้วยคน ไปกับมาย เพื่อนที่เป็นแฟนคลับว่านอย่างเหนียวแน่นอีกคนหนึ่ง งานนี้ถ่ายรูปมาไม่ค่อยสวยเลยอ่ะ เบลอซะเยอะ เพราะในร้านจะเป็นกึ่งๆ ผับ แสงไม่เพียงพอต่อกล้องดิจิตอลของเรา (เน้นว่าเฉพาะกล้องของเรามั้ง) เพราะว่าฝีมือการถ่ายรูปของเรายังด้อยอยู่มากนั่นเอง อิอิ  ดังนั้นเราจึงไปแอบจิ๊กรูปของชาวบ้านมาลงใน space ด้วย ก็ขอบคุณเจ้าของรูปภาพอันชัดแจ่มทั้งหลายไว้ ณ ที่นี้เลยแล้วกัน
     
    ก่อนจะจากไป อัลบั้ม Soloist จะวางแผงวันที่ 18 ธันวาคมนี้แล้ว สำหรับใครที่ชอบว่านหรืออาจจะไม่ชอบว่านแต่ชอบในผลงานเพลงของหนุ่มคนนี้ (เป็นเพลงที่ว่านแต่งเองถึง 9 เพลงจาก 11 เพลง ในอัลบั้มนี้) ก็อย่าลืมไปอุดหนุนอัลบั้มของแท้ของเค้าด้วยแล้วกันนะจ๊ะ
     
    December 01

    ระยะปลอดภัย

    เพลง ระยะปลอดภัย
    ว่าน ธนกฤต - Wan Soloist
    เนื้อร้อง-ทำนอง ธนกฤต พานิชวิทย์ / เรียบเรียง นราธิป กุลวิบูลย์อนันต์
    *********************************

    ช่วงเวลาดีดี ที่เธอและฉันไม่ต้องกังวลอะไร
    เป็นช่วงเวลาดีดี ที่เราทั้งสองจะมีแต่ความเข้าใจ
    วันนี้เป็นวันดีดี วันนี้เราควรจะทำอะไร

    วันที่อะไรอะไร ก็ดูจะเหมือนจะคอยเป็นใจให้กัน
    วันนี้จะทำอะไร ก็ดูจะเหมือนไม่ต้องระแวงระวัง
    วันนี้คือวันดีดี มีฉันและเธอคนดีเท่านั้น

    * มีบรรยากาศฝนตก รถติด ช่วยฉัน
    ยังมีมือเปล่าว่างอยู่ให้จับเท่านั้น
    ลองดูที่แก้มฉัน เธอนั้น ว่ามีอะไร
    เอามือไปแตะหน้าผากว่าตัวร้อนไหม
    เอาเธอมากอดข้างกาย ไม่แบ่งใครใคร
    มีเราเพียงเท่านั้น มีเธอและมีฉัน อยู่ในวันสำคัญ...ของเรา

    คิดจะเอาอะไร ก็ดูจะเหมือนจะง่ายจะดายอย่างใจ
    อยากได้อารมณ์อะไร จะเย็น จะร้อน จะช้า จะเร็วอย่างไร
    เธอนั้นพูดมาดีดี ฉันพร้อมให้เธอคนดีทุกอย่าง

    อยากให้มันเป็นยังไง จะยืน จะล้ม จะนั่ง จะนอน อย่างไร
    ปวดเนื้อเมื่อยตัวยังไง ไม่นานไม่ช้าก็คงจะคลายกันไป
    มีพร้อมแค่เรื่องดีดี เธอพร้อมที่จะยินดีอีกไหม

    (*)

    ก็แค่ไม่อยากให้วันนี้ผ่านพ้นไป จะทำยังไง อยากหยุดเวลาไว้
    ในวันที่มันปลอดภัย มีเธอที่เคียงข้างกาย สองเรา...

    (*)

    MV น่ารักๆ:  http://www.youtube.com/watch?v=GBMx_z5oiz4

    เพลงป๊อบธรรมดานี่แหละครับ แต่ว่ามันจะแตกต่างในเนื้อหาสาระของมัน แค่ผมชอบคำว่า "ระยะปลอดภัย"
    ตอนเรียนวิชาสุขศึกษา มันก็เลยเป็นเพลง แค่นั้นเองไม่มีอะไรมาก ก็มาโยงกับเรื่องความรัก
    เพราะสุดท้ายเพลงที่คนฟังชอบก็คงเป็น Love Song

    November 28

    Happy Birthday To Me

    Birthday cake Happy Birthday To Me Birthday cake
      
    ไม่ได้เขียน blog ซะนาน วันนี้ถือโอกาสมาอวยพรวันเกิดให้ตัวเอง ซะงั้น
    สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะนันท์ อายุครบ 2 รอบแล้วสินะ ก็ขอให้มีความสุขมากๆ
    ประสบความสำเร็จทั้งการเรียนและการงาน สมหวังในทุกสิ่งที่ปรารถนา เพี้ยง!!
     
    Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow  Gift with a bow
    October 21

    IBM e-Lympic day 13 October 2007

    Link ไว้ดูแก้เครียด หรือดูแล้วยิ่งเครียดกว่าเดิมหว่า?
     
     
    NoteNote It's fun to stay at the YMCA NoteNote
     
    ขอให้มีความสุขกับการรับชม อิอิ Open-mouthed
    April 23

    11 April 2007

    ไม่ได้อัพไดมาเกือบสองเดือนแล้ว อัพแต่รูป แบบว่าขี้เกียจพิมพ์อ่ะ แต่ว่าช่วงนี้นั่งว่างงานบ่อยก็มาเขียนหน่อยก็ได้ ช่วงวันจักรีถึงสงกรานต์ปีนี้ เราได้หยุดยาวเลย ตั้งแต่ 6-17 เมษาแหนะ เหมือนได้ปิดเทอมเลย จริงๆ ลาพักร้อนแค่ 9-10 แต่ว่าช่วงอาทิตย์เกือบทุกคนใน project ลาพักร้อนกันใหม่ Project Executive ถึงตัดสินใจให้หยุดกันหมดเลย ไม่ต้องเข้า project วันไหนที่ไม่ได้ลาพักพักร้อนก็ให้ Work at home ได้ อิอิ สบายเลยเรา
     
    วันพุธที่ 11 ได้ไปเปิดหูเปิดตานิดหน่อย ไปชลบุรีกับที่บ้านฝ้าย พอดีพ่อกับแม่ฝ้ายต้องไปเสียภาษีที่ดินประมาณ 5 แปลงที่นั่น แล้วก็จะได้ถือโอกาสแวะไปทะเลแถวนั้นซะเลย วันนั้นออกจากบ้านประมาณหกโมง ไปเจอที่ปั้มบางจากแถวเสนา เลย major รัชโยธินไปหน่อย พอดีที่บ้านฝ้ายเค้ามีแท็กซี่เจ้าประจำก็จ้างเลยเค้าขับไป จุดหมายปลายทางแรกก็คืออำเภอพนัสนิคม ถึงแถวนั้นก็แปดโมงนิดๆ แวะกินข้าวเช้า และรับคนรู้จักแถวนั้นไปด้วย จากนั้นก็แวะไปเสียภาษีตามตำบลต่างๆ ที่มีที่ดินอยู่ แล้วก็แวะที่บ้านย่าของฝ้ายแป๊ปนึงด้วย กว่าจะเสียภาษีเสร็จก็ใช้เวลาไปครึ่งวันพอดี เพราะมัวหลงทางอยู่หลายรอบ แถวนั้นเหมือนป่าเลย ต้นไม้เต็มสองข้างทาง
     
    หลังจากที่เสร็จภาระกิจแล้ว ก็ได้เวลาไปเที่ยวซะที จุดหมายต่อไปคือหาดดงตาล ซึ่งอยู่ในเขตสัตหีบ ขับรถไปเรื่อยๆ คนขับแท็กซี่ก็บอกว่าแก๊สใกล้หมดแล้ว ซักพักไฟก็ขึ้นเตือน คนขับบอกว่ากว่าจะมีปั๊มที่เติมแก๊สอีกที ก็ต้องทางเข้าพัทยาเลย แต่ตอนนั้นยังเหลืออีก 50 กว่ากิโลกว่าจะถึงพัทยา ทุกคนในรถก็นั่งไปลุ้นไปขอให้ขับไปถึงปั๊มด้วยเถอะ ไม่งั้นได้ลงไปเข็นแน่เลย และแล้วก็มีปา-ติ-หาน อิอิ สามารถขับรอดมาได้ถึงปั๊ม ขับต่อไปอีกพักนึงก็ถึงหาดดงตาล ได้เห็นทะเลซะที หาดแถวนั้นยังสวย น่าไปมาก อาจเพราะอยู่ในค่ายทหารด้วยมั้ง แล้วก็มีสโมสรเรือใบอยู่แถวนั้น มีคนซ้อมเล่นเรือใบเยอะเหมือนกัน มองออกไปแล้วสวยมาก พอถึงตรงนั้นก็แวะกินข้าวกลางวันกันก่อนเพราะเกือบบ่ายสองแล้ว เสร็จแล้วเรากับฝ้ายก็ไปเดินเล่นชายหาดกับ ผลัดกันถ่ายรูปอยู่สองคนอย่างเมามันส์ ประจวบเหมาะกับตรงนั้นมีกองถ่ายละครไปตั้งด้วย รู้ทีหลังว่าเรื่องเรือจิ๋ว ที่ภูริเล่นกับพลอยจินดาโชติ ก็เห็นพระเอกนางเอกอยู่แว็บๆ แต่ตอนนั้นยังไม่แน่ใจว่าใครเพราะเห็นไม่ชัด หันกล้องไปถ่ายแถวตรงที่เค้าตั้งกองกันด้วย โดยที่ไม่รู้ว่าติดใครมาบ้าง พอมาดูรูปทีหลัง อ่าว ติดรูปภูริมาด้วย ไม่ได้ตั้งใจจะถ่ายดารา แต่ก็ได้รูปดาราติดมาด้วย อิอิ  ตรงนั้นมีเรือใบจอดอยู่ห้าลำ คาดว่าเค้าจะเช่ามาประกอบฉากในละคร เรากับฝ้ายก็ได้ทีเลย ขอเรือใบห้าลำนี้ประกอบอยู่ในภาพถ่ายของเราด้วยแล้วกัน ฟรีซะด้วย ไม่ต้องเช่าเอง ได้เดินเล่นถ่ายรูปกันซักครึ่งชม.กว่าๆ ก็ถึงเวลาต้องกลับแล้ว น่าเสียดายจัง น่าจะมีเวลามากกว่านี้ แล้วถ้ามีเพื่อนๆ ไปด้วยกันเยอะกว่านี้ ค้างคืนด้วยก็คงจะดี
    March 02

    1 March 2007

    เมื่อวาน project ที่ BankThai GO LIVE แล้ว ก็มีการเดินไปมอบแชมเปญให้พี่ที่อยู่ BankThai นิดหน่อย ตอนกลางวัน PM ฝั่ง BankThai ก็พาไปเลี้ยงข้าวด้วย ชื่อร้านลเดงอยู่ซอยข้างธนาคารกรุงเทพ ตรงสีลม ชื่อร้านเหมือนเขมรไงไม่รู้ แต่ขายอาหารไทย พี่เค้าก็สั่งเป็นพวกข้าวเหนียวส้มตำอารายพวกนี้มาเลี้ยง สั่งทั้งหมด 6 ชุด ปรากฎว่าโต๊ะที่เรานั่งอาหารแต่ละอย่างหมดเร็วก่อนโต๊ะอื่นทุกที ได้รับจากโต๊ะอื่นมากินอีกรอบหลายอย่างเลย อิอิ
      
    ตอนเย็นมีโอกาสได้ไปเจอเพื่อนสมัยประถมอีกครั้ง เป็นครั้งที่สาม หลังจากที่ไม่ได้เจอและติดต่อกันเลยเป็นเวลากว่าสิบปี  คราวนี้เพื่อนนัดไปเจอกันที่โรงเรียนด้วยเหตุที่ว่าโรงเรียนจะถูกทุบทิ้งในอีกไม่นานนี้แล้ว เมื่อวานเลยขอ PM ออกเร็วหน่อย ออกจาก BankThai ประมาณ 17:40น. ไปถึงก็เจอเพื่อนอีก 4-5 คน แล้วก็เจอคุณครูที่สอนวิชาดนตรีให้พวกเราด้วย เพราะครูคนนี้กินนอนอยู่ที่โรงเรียนเลย เสียดายเพื่อนไปกันน้อยมาก เพราะไม่ว่างมากันก็หลายคน แล้วหลายคนก็ไม่มีเบอร์ติดต่อแล้ว ตอนแรกได้ยินว่าโรงเรียนจะถูกทุบทิ้งก็ใจหายเหมือนกัน นึกว่าจะไม่มีชื่อโรงเรียนนี้อยู่ในประเทศไทยอีกแล้ว แต่พอได้คุยกับครูที่นั่นก็รู้ว่าเค้าจะทุบเพื่อจะปรับปรุงส่วนของอนุบาลให้ดีเลิศไปเลย แบบว่าให้มีพวกสระว่ายน้ำอะไรด้วย ถึงอย่างนั้นมันก็ยังแย่อยู่ดี เพราะคุณครูทั้งหลายก็ต้องตกงาน นักเรียนก็ต้องหาที่เรียนใหม่ นั่งคุยกับครูซักพัก แล้วเดินทัวร์โรงเรียนกัน เดินไปต่างคนก็คุยระลึกความหลังกันไปว่า ตรงนี้เมื่อก่อนเคยเป็นอย่างนี้อย่างนั้น เข้าไปสำรวจห้องน้ำด้วย เพราะตอนที่เรียนอยู่มีเรื่องร่ำลือว่ามีห้องนึงมีแม่ชีผูกคอตาย ห้องที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว แต่เข้าไปดู ห้องน้ำมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้เป็นห้องๆ เหมือนตอนที่เรียนอยู่ ตอนนี้ตรงนั้นกลายเป็นโถฉี่ของผู้ชายไปแล้ว อิอิ  เดินซักพักก็ไปลาคุณครูเพื่อไปกินสเต็กที่สามย่าน จะชวนครูไปด้วยแล้ว แต่ครูซื้อกับข้าวมาแล้ว ก็เหลือกันอยู่ 6 คน เพื่อน 4 น้องเพื่อนที่ยังเรียนอยู่ที่นั่น 1  ส่วนเพื่อนอีกคนต้องไปต่างจังหวัดกับที่บ้านคืนนั้นเลยต้องรีบกลับก่อน (คนนี้บ้านอยู่ติดกับบ้านเราเลย แต่นานๆ ถึงจะเจอที เพราะก่อนหน้านี้เค้าทำงานร้านอาหารที่เปิดตอนเย็น) แล้วผู้หญิง 5 คนที่เหลือก็นั่งแท็กซี่ไปสามย่าน ส่วนเพื่อนผู้ชายคนนึงขี่มอเตอร์ไซด์มา กินเสร็จประมาณสองทุ่มครึ่ง ก็แยกย้ายกัน 3 คนไปเดินเล่นสยามต่อ เพราะไม่ค่อยได้เข้ากรุงเทพ ทำงานโรงแรมอยู่ที่พัทยา ส่วนเราหรอ กลับมอเตอร์ไซด์เพื่อน ซ้อนสามเลย อิอิ เพื่อนบอกว่าไม่เป็นไรหรอก ดึกแล้ว ไม่มีตำรวจแล้ว และแล้วเราก็ถึงบ้านได้โดยสวัสดิภาพโดยไม่เจอสายตาของตำรวจเลยซักคู่ 555
     
    ที่จะเล่าต่อไปก็คือ เรามีความรู้สึกว่าเรามีโอกาสและได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ดีกว่าเพื่อนมาก มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายในช่วงเวลาที่เราไม่ได้เจอกันสิบกว่าปี จากตอนสมัยที่เรียนที่เรียกสรรพนามแทนกันว่าเรากะเธอ เดี๋ยวนี้ไหงกลายเป็นภาษาพ่อขุนรามกันหมดแล้ว บางคนมีลูกตั้งแต่เรียนจบประถม บางคนหนีตามผู้ชาย บางคนหนีตามผู้หญิง บางคนทำผู้หญิงท้อง หลายคนมีลูกแล้ว แต่ยังไม่มีใครมีงานแต่งงานเป็นพิธีอย่างทางการเลย คนที่เคยออกแต๋วๆ เมื่อตอนเรียน ตอนนี้ก็มีที่แปลงเพศอย่างสมบูรณ์แล้ว หรือที่มีลูกมีภรรยาแล้วก็มี ที่เล่ามานี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะประจาญหรือว่าเพื่อนไม่ดีแต่อย่างใด ถึงจะได้กระทำบางอย่างที่ผิดพลาด หรือดูไม่เหมาะสมไปบ้าง แต่ก็ถือได้ว่าทุกคนยังเป็นคนดี ทำงานสุจริต มีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำลงไป และตั้งใจทำมาหากินเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว  สุดท้ายก็อยากบอกว่า ไม่ว่าเพื่อนจะเป็นยังไง เราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ มิตรภาพยังคงอยู่ตลอดไป ขอบคุณพ่อ แม่ ครูอาจารย์ และบุคคลรอบข้างทุกๆ คน ที่หล่อหลอมให้เราได้ดีจนถึงทุกวันนี้
     
    February 13

    13 February 2007

    วันนี้ได้รับข่าวร้ายในรอบปีนี้ อะไรน่ะหรอ ก็ต้องอยู่ที่ BankThai ต่อถึงสิ้นเดือนมีนาน่ะสิ จริงๆ  book ตัวถึงแค่สิ้นเดือนนี้ เราก็อุตส่าห์นั่ง count down มาเป็นเดือนล่ะ วันนี้ก็นับว่าเหลือแค่ 11 วันทำงานที่ต้องทำที่นี่แล้วเชียว ตรุษจีน PM ไม่ให้หยุด ต้องมาทำงาน ทั้งๆ ที่เป็นวันหยุดประจำปีของ IBM แต่อันนั้นไม่เป็นไรหรอก  ที่น่าเศร้าคือจาก 11 วันต้องกลายเป็น 32 วันซะแล้ว ทำไงได้ ขนาดบอกว่ามี project อื่นคอยอยู่แล้ว เค้าก็ไม่ยอม release ตัวอยู่ดี คิดซะว่าเค้าเห็นว่าเรามีความสำคัญต่อ project มากคนนึงแล้วกัน เลยไม่ยอมให้ไป 555 และคงเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิตไว้แล้ว ก็สู้กันต่อไป...
    February 11

    Soul Much In Love 10 February 2007

    ไม่ได้อัพมาเดือนนึงพอดี ก็ไม่ได้ไม่ว่างขนาดนั้นหรอก บางทีว่างก็ขี้เกียจอ่ะ อิอิ  เรื่องที่อยากจะเล่าก็ลืมๆ ไปเกือบหมดล่ะ หรือบางเรื่องไม่ได้ลืม แต่ก็ขี้เกียจเล่าล่ะ เพราะสถานการณ์ต่างๆ ก็ดูดีขึ้นแล้ว เรื่องเครียดๆ ช่างมันก่อนแล้ว พูดถึงเรื่องนี้ดีกว่า วันนี้ไหนๆ ก็ต้องไปสยาม ไปช่วยพ่อกะแม่ที่งาน Com World อยู่แล้วก็เลยถือโอกาสไปดูเหล่า Soul Much In Love ที่ตู้ปลา สยามเซ็นเตอร์ซะเลย เสียดายที่ขาดเคไปคนนึง ไม่งั้นก็ได้เจอครบทั้ง 9 หนุ่มแล้ว ออกจากบ้านไปถึงสยามตอนบ่ายสองพอดีเลย ไปถึงก็แทรกตัวเข้าไปดูโจกะว่านกำลังเตรียมตัวจัดรายการพอดี แล้วก็เจอมายกะมิวด้วย ยืนดูแป๊ปนึง ก็ต้องรีบไปช่วยพ่อกะแม่ที่งาน Com World ที่พารากอนก่อน เดี๋ยวจะโดนว่าเอา  แต่ก็ช่วยอยู่ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ขอแว้บอีกทีแล้วกัน ที่นี้ไปดูก็มากันครบทั้ง 8 หนุ่มแล้ว น่ารักกันทุกคนเลย โดยเฉพาะคุณว่านของเรา อิอิ  ช่วงสุดท้ายของรายการวันนี้พิเศษมาก เพราะมีจัดเป็นมินิคอนเสิร์ตสดออกวิทยุเลย ดูใกล้จะจบแล้ว พ่อโทรมาตามพอดีว่าไปไหน ไม่อยู่ที่บูธ  พอมินิคอนเสิร์ตจบก็เลยต้องรีบกลับไปที่บูธ
    January 09

    4-5 January 2007

    หลังจากที่พักร้อนมาตั้งแต่ 22 ธ.ค. เหมือนจะนาน แต่พอถึงวันนี้ ทำไมวันพักร้อนช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆ ต้องกลับไปทำงานแล้ว แล้วก็มานั่งทำ User Guide ต่อเหมือนเดิม จริงๆ พี่เค้าแบ่งให้ทำคนละ 5-6 เล่มเท่าๆ กัน แต่ไหงของเราถึงมีอยู่เล่มนึงต้องแตกออกเป็น 7 เล่มย่อยล่ะ กลายเป็นต้องทำทั้งหมด 13 เล่มเลย ต้องเสร็จก่อน 12 ก.พ. แต่เวลาไม่ใช่ปัญหาหรอก เพราะตอนนี้ทำไปได้ 9 เล่มแล้ว แต่ปัญหาก็คือ มันออกจะน่าเบื่อน่ะ นั่ง copy paste จาก training material เดิมมา re-format ใหม่ แล้วก็ capture หน้าจอใหม่ นั่งทำอย่างนี้มาทั้งวันทุกวันมาเป็นเดือนแล้ว น่าเบื่อ และชวนให้ง่วงมั่กๆ เพราะฉะนั้นเราจึงมาอัพ space แก้ง่วงดีกว่า ตอนเที่ยงได้เจอเจี๊ยบเพื่อนสมัยมัธยมอีกครั้งที่ BankThai นี่ด้วย เดือนที่แล้วก็เจอทีนึงแล้ว เพราะเจี๊ยบต้องมา audit บัญชีที่นี่ เจี๊ยบเล่าให้ฟังว่าตอนช่วงปลายปีมี plan ไปเที่ยวเมืองจีน แต่ว่ากำลังจะออกจากบ้านไปสุวรรณภูมิอยู่แล้วเชียว ปรากฏว่าที่โบ๊เบ๊มีไฟไหม้ แล้วบ้านญาติเจี๊ยบคนที่จะไปเที่ยวด้วยก็อยู่แถวที่ไฟไหม้พอดี เลยอดไปเที่ยวเลย ต้องอยู่รอลุ้นว่าจะไหม้มาถึงบ้านมั้ย แต่ก็ยังโชคดีที่โดนแค่หลังบ้านไม่มากนัก โชคไม่ดีเลย อดเที่ยวด้วย แถมเสียตังค์ให้ทัวร์ไปแล้ว คนละสองหมื่นกว่าบาท บ้านเจี๊ยบไปก็ 9 คนแล้ว ที่บ้านญาติอีก ตอนเย็นนึกว่าวันนี้ต้องกลับบ้านเองแล้ว ก็เดินไปขึ้นรถเมล์ตรงโรบินสันสีลม ขึ้นไปแล้วพี่นัทพึ่งโทรมาว่าจะมารับ ก็เลยให้ลงที่สามย่าน ขับไปถึงเชิงสะพานกษัตรศึก เอ่ ทำไมวันนี้แถวบ้านเรารถติดจัง ขึ้นไปได้ครึ่งสะพาน ก็เห็นรถคันอื่นๆ กลับรถกันหมด ที่แท้ก็มีม็อบพ่อค้าแม่ค้าโบ๊เบ๊ประท้วง มาปักหลังอยู่ทางลงสะพานเลย ขวางทุกช่องการจราจร รถลงจากสะพานไม่ได้เลย รวมถึงรถเมล์ก็ด้วย ต้องเลี่ยงไปทางเลียบทางรถไฟ ไปอ้อมหัวลำโพงใหม่ พอไปถึงตรงวัดพลับพลาไชยจะเลี้ยวขวาเพื่อไปเข้าซอยบ้านก็ปิดถนนอีก ไม่รู้จะปิดทำไม ต้องไปอ้อมรพ.กลางอีก กว่าจะถึงบ้านใช้เวลาเกือบครึ่งชม.จากสะพานกษัตรศึก ปกติไม่ถึงนาทีก็ถึงแล้ว ตอนเช้าวันที่ 5 ออกจากบ้านมา นึกว่าจะไม่มีรถให้ขึ้นไปทำงานซะแล้ว เพราะออกจากซอยมา หันไปมองก็เห็นว่าพวกชาวม็อบเอารถขยะ 3 คันไปจอดปิดทางลงสะพานไว้ แถมมีทหาร ตำรวจเต็มไปหมด  มอเตอร์รับจ้างแถวนั้นเห็นเรายืนอยู่ก็บอกว่า วันนี้เค้าไม่ให้รถใหญ่ผ่านหรอก ซักพักเห็นสามล้อผ่านมาพอดีเลยรีบเรียกไปลงหัวลำโพงเลย ไปต่อรถไฟฟ้าใต้ดินเอา
    January 07

    Hapy New Year 1 January 2007

    Happy New Year 2007
     
    ขึ้นปีใหม่แล้ว ก็หวังว่าตัวเองและทุกคนที่เข้ามาติดตามอ่าน space ของเรา จะพบแต่สิ่งดีดีเข้ามาในชีวิต สมหวังในทุกๆ สิ่งที่ปรารถนา ที่สำคัญขอให้ประเทศไทยมีแต่ความสงบสุขด้วยเถอะ สาธุ... วันนี้ตอนเย็นพ่อพาพนักงานไปเลี้ยงปีใหม่ที่ร้านนาทอง ก็มีจัดกิจกรรมเป็นเกมให้พนักงานร่วมเล่นกัน แล้วก็มีจับฉลากแจกรางวัลนิดหน่อย รางวัลใหญ่ๆ หน่อย ก็คงพวกเป้ Intel, Webcam, แล้วก็ MP3 ในงานก็สนุกดี เราเป็นคนช่วยหาเกมไปให้พนักงานเล่นเองด้วย ตอนแรกพ่อกับแม่ว่าจะเลิกงานเร็วหน่อยซักสี่ทุ่มครึ่ง เพราะยิ่งมีเกิดระเบิดอยู่หลายที่ ที่ฟิวเจอร์เองก็ได้ข่าวว่าพบวัตถุต้องสงสัยด้วย ไปๆ มาๆ ก็เล่นเกม + ร้องเกะกันเพลิน กว่าจะเลิกก็กลายเป็นเที่ยงคืนเหมือนปีก่อนๆ
    January 06

    31 December 2006

    วันนี้มีนัดกินข้าวฝนเอ็นและพี่คนนึงที่ไม่ประสงค์ออกนาม ขอเรียกว่าพี่ย.แล้วกันเนอะ นัดไว้สิบเอ็ดโมงครึ่งที่ครัวกรุงเทพ แถวพญาไท แต่ก่อนไปต้องไปไหว้บรรพบุรุษตามประเพณีจีนที่บ้านลุงก่อน ไหว้เสร็จ 11 โมงก็รีบออกจากบ้านลุงเลย คิดว่าจะ late ซะล่ะ แต่ดีที่ไม่ต้องรอรถเมล์นาน ก็นั่ง 204 ไปลงสนามกีฬาแล้วก็ต่อสาย 29 อีกที ทำเวลาได้ดีมากเลย ถึงก่อนเวลา 5 นาทีด้วย ไปนั่งซักพักฝนก็มาถึง แต่ไม่รู้จะสั่งไรดี เลยรอพี่ย.มา พี่ย.ก็บอกให้พวกเราสั่ง แล้วฝนก็ค่อยๆ ดูเมนูไป สั่งไป แต่คงไม่ทันใจผู้ใหญ่เดินเร็วอย่างพี่ย. พี่ย.เลยสั่งเองซะเลย ดีแล้วล่ะ เพราะน้องๆ รอให้พี่มาสั่งอยู่แล้ว กินเสร็จก็เดินย่อยซะหน่อย ด้วยการเดินไปพันทิพย์ เพราะพี่ย.จะเอาของไปเปลี่ยน แล้วเดินทางต่อไปเซ็นทรัล เวิร์ด  นัดเจอต่ายไว้ด้วย เพราะเมื่อคืนต่ายโทรมาบอกว่าวันที่ 1 ที่นัดกันไว้ว่าจะ write รูปที่ไปกาญไปให้ ต่ายไม่ว่างแล้ว แล้วก็บอกว่าต่ายไปดูหนังมาได้บัตรโยนโบว์ลิ่งฟรีมา ก็เลยชวนต่ายมาโยนโบว์ด้วยกันต่อเลย โยนโบว์คราวนี้คะแนนน้อยกว่าคราวที่แล้วอีก เพราะพื้นที่นี่ลื่นอ่ะ ลูกก็ลื่น ทำลูกมือไปตั้ง 3 รอบแหนะ เวลาจะโยนต้องยั้งๆ มือ ยั้งๆ เท้าไว้ กลัวเดี๋ยวจะได้ shot เด็ดเหมือนพี่หนุ่ม อิอิ  โยนเสร็จก็แยกกับต่ายก่อน เพราะต่ายพาพี่ชายพี่สาวแล้วก็น้องมาด้วย ส่วนเรา ฝน และพี่ย.ก็ลงไปถ่ายรูปเล่นต่อ ซักพักก็แยกย้ายกัน แล้วพี่นัทก็มาหา เดินเข้าประตูตรง ZEN เค้ามีถ่ายรูปโพลาลอยด์ให้ฟรีด้วย ขึ้นไปเดินเล่นร้าน Toy r us ของเล่นเยอะแยะน่าเล่นทั้งนั้นเลย คนเดินกันเยอะมากวันนี้ พ่อแม่ก็พาลูกไปเดินซื้อของเล่น ไม่ใช่สิ ลูกอาจจะเป็นคนพาไป เราเองก็ยังเด็กอยู่เลยเดินดูของเล่นบ้าง เดินเล่นซักพัก ถึงประมาณสี่โมงก็รีบกลับบ้านดีกว่า เดี๋ยวเค้าปิดถนนแล้วต้องเดินกลับบ้าน ก็เดินมาเรื่อยๆ มาขึ้นรถเมล์ป้ายสยาม กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ พอตอนเย็นได้ข่าวระเบิดหลายจุดในกทม. ตกใจหมดเลย คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้อยู่ใกล้ๆ ตัวด้วย  ยิ่งตอนเที่ยงคืนมีระเบิดหน้าเกสรด้วย คิดเลยว่า ดีนะที่วันนี้ไปเซ็นทรัล เวิร์ดแล้วรีบกลับตั้งแต่บ่าย  ปีนี้ส่งท้ายปลายปีไม่ค่อยดีเลย เริ่มมีอาการว่าจะเป็นหวัดตั้งแต่คืนก่อนแล้วล่ะ เพราะว่าเจ็บคอ พอวันนี้กลับมาคัดจมูก น้ำมูกไหล เลยกินยาลดน้ำมูก กลายเป็นปวดหัว ไข้ขึ้นแทน เลยกินพาราตามเข้าไปอีกรอบ
    January 02

    24 December 2006

    วันนี้ต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษ หลังจากที่ไม่ค่อยได้ตื่นเช้าๆ แบบนี้มานาน ก็เพราะว่าวันนี้เรามีทริปนั่งรถไฟไปเที่ยวกาญจนบุรีกับเพื่อนๆ น่าเสียดายที่ไปได้แค่เช้าเย็นกลับ เพราะเพื่อนๆ คนอื่นไม่ได้พักร้อนยาวๆ แบบเรา สมาชิกร่วมเดินทางประกอบไปด้วยเพื่อนสมัยมัธยม 2 คนคือ ต่ายและวิ แถมอีกคนคือแฟนของวิชื่อ กอล์ฟ  เพื่อนที่จุฬา 2 คนคือ ฝนและปราง แถมอีกคนคือเพื่อนที่ทำงานของฝนชื่อ โต้ง  เริ่มการเดินทางด้วยการนัดเจอกันที่หัวลำโพงตอนหกโมงเช้า ด้วยความรีบเลยลืมหยิบถุงขนมที่ซื้อเตรียมไว้ แล้วก็ลืมหยิบเสื้อหนาวที่กะจะเอาไปด้วย นั่งรถไฟไปแวะที่แรกที่พระปฐมเจดีย์ จากสถานีต้องเดินไปอีกหน่อย เค้าให้เวลาลงประมาณ 40 นาที แต่กว่าจะเดินไปถึงตัวพระปฐมเจดีย์จริงๆ ก็กินเวลาไปซัก 15-20 นาทีได้แล้ว เพราะมัวแต่แวะถ่ายรูปกันอยู่นั่นเอง ก็เลยได้แค่ยกมือไหว้เฉยๆ ไม่ได้จุดธูป อากาศหนาวเย็นใช้ได้ทีเดียว ตอนเดินกลับไปขึ้นรถไฟก็ซื้อหมูปิ้ง ขนมโตเกียว ติดไม้ติดมือกันไปกินบนรถไฟด้วย พอเดินไปจะถึงสถานี ได้ยินเสียงรถไฟเปิดหวูดเหมือนกำลังจะออกแล้ว ตกใจกันรีบวิ่งขึ้นรถไฟกันใหญ่เลย นึกว่าจะตกรถไฟซะแล้ว ที่ไหนได้ขึ้นไปนั่งได้ซักพัก รถไฟถึงจะออก ที่แท้คนขับรถไฟก็เปิดหวูดเตือนนี่เอง นั่งรถไฟต่อไปที่สะพานข้ามแม่น้ำแควลงไปถ่ายรูปกัน ตอนนี้แดดเริ่มออกบ้างแล้ว อากาศเลยเย็นๆ กำลังดี เสร็จแล้วก็ไปต่อที่น้ำตกไทรโยคน้อย แต่ก่อนที่จะขึ้นไปที่น้ำตก เราก็แวะหาอะไรกินกันมื้อเที่ยงก่อน มีร้านขายก๋วยเตี๋ยวน้ำตกและส้มตำเหมือนๆ กันเป็นสิบร้านเลย เลือกไม่ถูกว่าจะเข้าร้านไหนดี แล้วสุ่มเลือกเอาซักร้านนึง ซึ่งมองจากหน้าร้านแล้วดูดี สะอาดน่านั่ง แล้วก็แจ็คพ็อดเจอร้านนี้เลย โต๊ะ จาน ช้อน ส้อม ทุกอย่างสะอาดไปหมดเลย ทุกคนช่วยกันเช็ดทำความสะอาดกันใหญ่ ข้าวเหนียวที่นี่ก็เหนียวได้สมชื่อเลยทีเดียว เพราะว่าเค้าทิ้งไว้จนเย็นหมดแล้ว สั่งอะไรไปก็รอนานมากๆ สุดท้ายรอกินน้ำตกกันไม่ไหวเลยไม่รอ เรียกเค้าเก็บตังค์เลย ก็ต้องรอเก็บตังค์นานอีก ก่อนจะคิดตังค์ยังมาบอกให้รอกินน้ำตกก่อน เดี๋ยวทำให้เลย  เมื่อออกมาจากร้านอาหารร้านนี้ได้ เราก็เดินซื้อของฝากกลับบ้านกันเล็กน้อย แล้วก็ขึ้นไปที่น้ำตก มีเรากะต่ายที่ลงน้ำตก ปีนขึ้นไปนิดนึง คนอื่นๆ ไม่ขึ้นกันเลย ได้เอาขาแช่น้ำตกเล่นซักพักนึงแล้วก็ลงมาไปหาที่ถ่ายรูปเล่นกัน และแล้วก็ถึงเวลาต้องกลับแล้ว ขากลับแวะที่สุดท้ายคือ ที่สุสานทหารสัมพันธมิตร ลงที่สถานีกาญจนบุรี ด้วยเวลาที่จำกัด เราจึงนั่งรถสองแถวข้ามฝั่งไป แต่ก่อนสองแถวจะไปจอดที่สุสานให้ เค้าดันแวะจอดที่ร้านขายของฝากก่อน สงสัยจะฮั๊วกันไว้  และแล้วก็ได้เวลากลับบ้านแล้ว  ต่าย ฝน และโต้งลงก่อนที่สถานีบางซื่อ ส่วนที่เหลือก็ลงที่หัวลำโพง แยกย้ายกันกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

    23 December 2006

    23 ธ.ค. ไปงานเลี้ยงคริสต์มาสและปีใหม่ของ IBM ที่โรงแรมแชงกรีลามา งานเริ่มหกโมงเย็น แต่แบบว่าติดละครคมรักก็เลยดูให้จบก่อน ออกจากบ้านหกโมง ไปถึงก็ประมาณหกครึ่ง IBM จัดงานใหญ่ทีเดียว ห้องใหญ่โตมาก ดูหรูหรา ต่างจากปีที่แล้วที่จัดออกบ้านๆ ที่แดนเนรมิตเก่า ที่ห้องใหญ่ก็คงเพราะต้องรองรับพนักงานหลายร้อยคนทั้งจาก IBM Thailand และ IBM SD ด้วย ไปถึงก็ลงทะเบียน แล้วก็จับฉลาก เดินหาไม่ค่อยเจอคนรู้จักเลย เจอแต่เพื่อนที่ทำงานให้ IBM Club อยู่แล้ว แถมโต๊ะนั่งมีไว้ให้แต่เด็กๆ และผู้ใหญ่ VIP  วัยรุ่นอย่างเราต้องไปหาโต๊ะยืนเอา อาหารเป็นบุฟเฟ่ 4-5 ชุดใหญ่เลยทีเดียว ก่อนกลับเห็นอาหารยังเหลือเต็มเลย น่าเสียดายจัง  ตอนกินไปนั่งกินกับพี่ที่เคยทำที่ Project PEA ด้วย มีแต่เก้าอี้ไม่มีโต๊ะ ก็กินลำบากเหมือนกัน กินเสร็จค่อยเริ่มเจอเพื่อนๆ มากันหน่อย พอผู้ใหญ่ปิดงานเสร็จตอนประมาณเกือบสี่ทุ่ม เพื่อนๆ ก็รวมตัวกันถ่ายรูปกันใหญ่ จบด้วยพ่อกับแม่มารับกลับตอนสี่ทุ่ม
    December 26

    15 December 2006

    วันนี้ไปทำงาน แต่อยู่ๆ Subject Matter Expert ชื่อว่า Gemma เป็นคนฟิลิปปินส์ ก็ชวนทุกคนใน project ไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน ก็แปลกใจเพราะปกติไม่ได้ไปกินข้าวกับเค้าเลย แล้วตอนเช้าเค้าก็ซื้อขนมปังหน้าตาสวยงามเชียว ชิ้นโตมากๆ มาให้สมาชิกใน project กินด้วย พอตอนเที่ยงก็พากันออกไปกินกันที่จิม ทอมสัน หรือศาลาแดง คาเฟ่นั่นเอง ร้านหรูเชียว ราคาอาหารแพงมากๆ ผัดซีอิ๊วจานละ 130 เห็นแล้วไม่อยากสั่งอาหารไทยเลย เสียดายเงิน เลยสั่งเป็นสปาเก็ตตี้ไป สุดท้ายเลยรู้ว่าเป็นวันเกิด Gemma แล้วพรุ่งนี้เค้าก็จะกลับฟิลิปปินด้วย ลาพักร้อนไปประมาณ 3 อาทิตย์ ตอนแรก Gemma จะเลี้ยงอาหารทุกคน แต่ผู้แทน Project Manager (PM ตัวจริง พักร้อนช่วงนี้พอดีน่ะ) บอกว่าจะเอาบิลไปเบิกเป็นค่าใช้จ่าย project ได้  กินข้าวกลางวันกลับมาก็หาเบอร์โทรไปจองเลนโบว์ลิ่งกันใหญ่ เพราะตอนแรกพี่เค้าจองไว้ที่ Major รัชโยธิน แต่เกิดขี้เกียจไปไกลๆ กัน แล้วก็รถคงติดด้วย กว่าจะหาที่ไปโยนได้ กินเวลาทำงานไปเยอะทีเดียว เพราะโทรไปที่ไหนก็เต็ม เพราะวันนี้วันศุกร์ด้วยแหละ สุดท้ายเลยได้ที่ Major เอกมัย จะได้นั่งรถไฟฟ้าไปได้ พอบ่ายๆ ประมาณ 4-5 โมง พี่ของ BankThai ก็มาเรียกให้ทุกคนเข้าไปในห้อง training ที่ใช้ทำ UAT Test ตอนแรกนึกว่ามีอะไร ที่แท้ก็เลี้ยงที่จบ UAT อีก cycle นึงนี่เอง คราวนี้เป็นเค้กไอติม Swensen 3 ปอนด์ สั่งมาตั้ง 4 กล่องแหนะ แล้วก็มีผลไม้และน้ำอัดลมอีกเพียบ วันนี้ช่างเป็นวันแห่งการกินยังไงไม่รู้ เมื่อศุกร์ที่แล้วก็มีเลี้ยงจบ UAT cycle ที่แล้ว พี่เค้าก็สั่งพิซซ่ามาถึง 6 ถาดใหญ่ทีเดียว พอกินเสร็จก็ใกล้หกโมงแล้ว ก็รีบออกมาเคลียร์งานให้เสร็จ พอหกโมงครึ่ง เราออกเดินทางเพื่อไปโยนโบว์กัน ส่งตัวแทนพี่หนุ่มกะปองไปก่อน จะได้ทันเวลาที่จองไว้ แต่พี่เค้าไปถึงเลย เห็นเลนว่างเยอะ เลยเข้าไปเล่นเลย ไม่ใช้ชื่อที่จอง เพราะมันมีค่าจองร้อยนึงด้วย ส่วนเรา พี่อีกคน และ Gemma นั่งแท็กซี่พา Gemma ไปเก็บกระเป๋าและของที่โรงแรมแถวเพลินจิตก่อน รถติดมากๆ จากสาทรไปเพลินจิตใช้เวลาชั่วโมงกว่าแหนะ เสร็จแล้วก็นั่งรถไฟฟ้าต่อไป Major ไปโยนกัน 2 เกมส์ แต่ละคนโยนกันไม่ค่อยเป็นทั้งนั้น มีปองนี่แหละโยนดีสุด หลังๆ strike เกือบทุกเกมส์ เกมส์แรกเราทำสถิติได้ดีมาก โยนครั้งแรกของทุกรอบ 10 ครั้งล้างท่อทุกครั้ง อิอิ ตั้งโยนครั้งที่สองของแต่ละรอบก็โอเคนะ แรกๆ ได้ 7-9 แต้ม เล่นไปเล่นมา ได้น้อยลงเรื่อยๆ เกมส์แรกคะแนนออกมาเลยรองบ๋วย ได้ที่ 5 จาก 6 คน พอเกมส์ที่สองคะแนนก็ดีกว่าเกมส์แรกนิดนึง ขยับขึ้นมาเป็นที่ 4 ระหว่างโยนก็มีเรื่องขำๆ ด้วย ที่ Major เค้าจะมีเป็นรอบๆ ให้ทุกเลนโยนพร้อมกัน ถ้าเลนไหน strike ก็จะได้เล่นฟรี  พอเค้าประกาศว่ารอจบเพลงนี้จะให้โยนพร้อมกัน พี่หนุ่มก็ยืนรอให้เพลงจบเลย เตรียมตัวเต็มที่ พอเค้าให้สัญญาณ โยนไปล้างท่อเลย เท่านั้นไม่พอระหว่างเล่น พี่หนุ่มให้ปองใช้มือถืออัดวิดีโอเวลาโยนให้ รอบแรกให้โยนท่าสวยเพื่ออัดวิดีโอ พออีกรอบต่อไป พี่หนุ่มบอกไม่ต้องอัดแล้ว แต่ปองก็ยังอัดเล่นอยู่ เลยได้ภาพเด็ดเลยทีเดียว พอพี่หนุ่มโยนไปแล้ว ขาดันก้าวเลยเส้นเข้าไปในเลน เลยลื่นก้นกระแทกพื้นเลย พวกเราที่นั่งดูอยู่นั่งขำกันใหญ่เลย โยนมาตั้งหลายรอบไม่ลื่น ดันมาลื่นรอบที่อัดวิดีโอพอดี
    December 07

    5 December 2006

    วันที่ 5 วันพ่อ ไปบ้านยายที่อยุธยามา เป็นการรวมญาติย่อยๆ เพราะไปกัน 4 ครอบครัวจาก 7 ครอบครัว ทุกคนใส่เสื้อเหลืองกันหมด ไปก็ไม่มีอะไรมาก ฟังผู้ใหญ่เค้าคุยกัน แล้วก็เล่นกับน้องๆ เด็กๆ (555 แบบว่ายังเด็กอยู่เหมือนกัน) ออกจากบ้านยายสี่โมงกว่า ปรากฎว่าเค้าชวนกันไปที่บ้านน้าที่อยู่แถวบางบัวทองต่ออีก รถติดมากๆ มีปิดเส้นทางการจราจรด้วย กว่าจะถึงก็เกือบทุ่ม พอทุกคนไปถึงที่บ้านน้า คนเยอะมาก เกือบสามสิบคนได้ เพราะมีญาติของน้าเขยมาสบทบด้วย เดินเยี่ยมชมบ้านซักพัก ก็รวมตัวกันจุดเทียนถวายพระพรด้วย ฝ่ายญาติๆ ของน้าเขยเค้าเตรียมเทียนไว้พร้อม ได้ข่าวว่าจะจุดตอน 19:19 น. ตอนแรกเปิดทีวี ไม่เจอช่องไหนจุดเทียนถวายพระพรซะที จนหมดถ่ายทอดสด เลยเปลี่ยนไปเปิดวิทยุ จูนจนเจอคลื่นที่กำลังจะจุดเทียนชัยพอดี เสร็จก็กินข้าวแล้วก็เดินทางกลับบ้าน ปรากฎว่าพ่อลืมไปว่าวันนี้แถวสนามหลวงรถติด เผลอตรงไปขึ้นสะพานปิ่นเกล้า เลยเจอรถติดเลย แต่เป็นโอกาสได้ขับรถดูไฟ ตามถนนราชดำเนินไปด้วย เปิดกระจกรถเอากล้องดิจิตอลขึ้นมาถ่ายรูปด้วย กว่าจะถึงบ้านก็ประมาณสี่ทุ่ม
    December 03

    3 December 2006

    วันนี้ไปกินข้าวกับเพื่อนสมัยมัธยมคนนึงชื่อว่า ฝ้าย ก็สนิทกันแหละ เค้าเลยชวนไปกินข้าว มีพ่อ แม่ แล้วก็น้าของเพื่อนด้วย ไปกินบุฟเฟ่ที่โรงแรม Palazzo แถวรัชดามา อาหารหลากหลายดี ราคาก็ไม่แพงด้วย ที่นั่นจะมีวงดนตรีเล่นบนเวทีให้ฟังด้วย แต่เป็นเพลงสมัยรุ่นคุณพ่อคุณแม่น่ะ นั่งกินไปฟังเพลงไป คนที่ร้องบนเวทีก็จะชอบเชิญแขกที่ไปกินขึ้นไปร้องด้วย เค้าก็เชิญโต๊ะนู๋นโต๊ะนี้ อยู่ๆ ก็มีอยู่โต๊ะนึงมาเป็นครอบครัวใหญ่ บอกบนเวทีว่าขอน้องเสื้อดำโต๊ะทางขวาของเวทีขึ้นไปร้อง อ่าว ก็เราเองนี่หน่า แต่ก็ไม่ได้ขึ้นไปตามที่เค้าขอหรอก สรุปก็คือกลายเป็นคนเสื้อดำในโต๊ะที่ขอขึ้นไปร้องเอง เค้าคงอยากร้องอยู่แล้วล่ะมั้ง ขึ้นไปทั้งพ่อแม่ลูกเลย อุตส่าห์รอดพ้นจากครั้งนี้ได้ กลายเป็นว่านั่งไปอีกซักพัก เพื่อนบอกว่าจะขึ้นร้อง แล้วดันชวนเราขึ้นด้วย 555 ขึ้นไปร้องเพลงวิมานดินก็ เพี้ยนกระจายทั้งคู่เลยเลย แต่ก็ยังมีคนที่นั่งกินข้าวปรบมือให้ด้วย เวลาเข้าเนื้อไม่ทัน คนที่เล่นคีย์บอร์ดก็ช่วยร้องขึ้นให้ด้วย สงสัยจะกลัวลูกค้าที่นั่งกินอยู่ลุกหนีไปกันหมด ดีนะที่ตอนนั้นเหลือคนนั่งอยู่แค่ประมาณ 4-5 โต๊ะ เพราะใกล้หมดเวลาบุฟเฟ่แล้ว เนี่ยแหละเป็นประสบการณ์ขำๆ ครั้งหนึ่งที่ได้ร้องเพลงบนเวทีในห้องอาหารของโรงแรมให้คนที่ไม่รู้จักทนฟัง อิอิ กินเสร็จแล้ว เพื่อนก็แวะไปที่ร้านที่ฟอร์จูนด้วย เพื่อนเค้ายืมใช้เนตส่งงานอาจารย์ที่นิด้าหน่ะ แบบว่าที่บ้านเค้ายังใช้เป็นแบบ dial-up ผ่าน PCT แล้วมันคงจะ attach file ได้ไม่สำเร็จซะที
    December 01

    1 December 2006

    หลังจากที่หายหน้าหายตาไปนาน ไม่ได้อัพมาเกือบปีแล้วสินะ วันนี้ว่างก็เลยเข้ามาอัพให้แฟนละครน้ำเน่ามาอ่านเล่นซะหน่อย ตอนนี้เราก็มาทำงานที่ BankThai Project แล้ว หลังจากที่ออกจากพฤกษาก็ไปเป็น Tester อยู่ที่ SCB 3 เดือน เริ่มเบื่อการเป็น Tester ก็กะว่าจะได้ไปทำที่ปตท.ต่อ แต่แล้วก็มีเหตุให้ต้องมาเป็น Tester อีกครั้งที่ BankThai จริงๆ เค้าให้ role เป็น Business Analyst แต่ก็มีหน้า test ระบบนั้นแหละ วันนี้ขึ้น UAT เป็นวันแรกก็หวังว่า UAT จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เราจะได้ไม่ต้องที่นี่ต่อนานๆ ไงล่ะ อิอิ คาดว่ามีนาปีหน้าจะได้กลับไปที่พฤกษาอีกครั้ง  เมื่อเช้าไปคุยกะ manager มาด้วยเรื่องประเมินปลายปี ปีนี้ก็ดี manager ไม่ค่อยถามอะไรมาก ปีที่แล้วถามจนตอบไม่ถูกเลย สรุปก็คือ ปีนี้ก็คงผ่านไปได้ด้วยดี ผลการประเมินก็หวังว่า rating น่าจะดีด้วย
    February 05

    31 Jan - 5 Feb'06

      Prepare for Workshop @Preuksa Project